ยกระดับโลจิสติกส์ (logistic) เพิ่มขีดการแข่งขันธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

 

ยกระดับโลจิสติกส์ (logistic) เพิ่มขีดการแข่งขันธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

               อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ซึ่งนั่นส่งผลให้พฤติกรรมและรูปแบบการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ลูกค้าจะออกไปจับจ่ายซื้อของตามห้างสรรพสินค้า กลับกลายมาเป็นสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องปรับตัวและเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์หรือที่เราเรียกกันว่า “ตลาดอีคอมเมิร์ซ” แทบจะทั้งสิ้น วันนี้เราจะมาพูดถึง 3 ประเด็นที่ลูกค้าคาดหวังจากธุรกิจ เพราะเมื่อคุณเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการแล้ว คุณจะทราบว่าธุรกิจของคุณควรจะปรับเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์ (logistic) ในด้านใดบ้าง เพื่อให้สามารถแข่งขันในโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นคง

 

การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว

               เมื่อผู้บริโภคสามารถที่จะสั่งซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังอย่างแรก คือ “ฉันอยากได้ของเร็ว ๆ” ธุรกิจจะต้องมาคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าส่งถึงมือผู้รับได้ไวที่สุด มีกระบวนการโลจิสติกส์ (logistic) ส่วนไหนสามารถที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งได้ไหม หรือควรที่จะเพิ่มทางเลือกในการจัดส่งหลาย ๆ ช่องทางหรือไม่ เพื่อให้ครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่น ลูกค้าบางกลุ่มไม่เน้นส่งไวแต่พอใจกับการส่งช้าที่ราคาถูก หรือบางกลุ่มต้องการสินค้าไวที่สุดและยินดีที่จะจ่ายมากขึ้น หากถามว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน ต้องบอกว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคุณอย่าลืมว่าในโลกออนไลน์มีธุรกิจมากมายที่ขายสินค้าเหมือนกับคุณ เพราะฉะนั้นร้านค้าที่สามารถตอบโจทย์ด้านการขนส่งได้ครอบคลุมที่สุด มีโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า

สร้างระบบบริหารจัดการคลังสินค้า

               ในตลาดอีคอมเมิร์ซ หลาย ๆ ร้านค้ามีปริมาณการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว ประเด็นที่ตามมาก็คือธุรกิจต้องบริหารคลังสินค้าคงเหลือให้ดี เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ผู้ประกอบการหลายท่านใช้บ้านของตนเองเป็นสถานที่เก็บสินค้า บ้างก็ประสบปัญหาพื้นที่ไม่เพียงพอ สินค้าสูญหาย เสียหายจากความชื้น หรือแม้แต่ไม่ทราบจำนวนสินค้าคงเหลือที่แน่นอน มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นตามมามากมาย แม้โลกออนไลน์จะทำให้คุณมีลูกค้าอยู่ในมือมหาศาล แต่ถ้าธุรกิจไม่พัฒนาระบบจัดการคลังสินค้า โอกาสที่คุณจะเสียลูกค้าไปนั้นมีแน่นอน เพราะเมื่อลูกค้าต้องการสินค้าสักชิ้นหนึ่ง แต่คุณกลับไม่สามารถตอบได้ทันทีว่าคุณมีสินค้าตัวนี้หรือไม่ ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ลูกค้ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนไปซื้อสินค้าจากร้านอื่นที่ให้คำตอบพวกเขาได้ทันที หากคุณประสบปัญหาเหล่านี้และคุณไม่มีเวลา คุณสามารถที่จะหาผู้ช่วย อย่างผู้ให้บริการจัดการคลังสินค้าที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน มาช่วยบริหารระบบโลจิสติกส์ (logistic) ให้กับคุณได้

 

การบริการลูกค้าต้องดี

               การบริการถือเป็นส่วนสำคัญในระบบโลจิสติกส์ (logistic) เพราะเป็นเสมือนตัวเชื่อมโยงตั้งแต่ลูกค้าเกิดความสนใจซื้อจนกระทั่งได้รับสินค้าเรียบร้อย นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพและจัดส่งไวแล้ว สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากคุณคือบริการที่ดี เช่น การให้คำแนะนำ การให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการขาย เพราะหากคุณสามารถสร้างความประทับใจในการบริการได้ ไม่เพียงแต่ลูกค้าจะซื้อสินค้าคุณซ้ำ แต่ยังมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะบอกต่อคนรอบข้างหรือแนะนำคุณต่อในโลก

โซเชียล

จะเห็นได้ว่าโลจิสติกส์ (logistic) ไม่ใช่แค่การขนส่งเท่านั้น แต่หมายความรวมถึง กิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบและบริการหลังการขาย ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในยุคออนไลน์ได้นั้น จะต้องปรับเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์ (logistic) ให้รองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่เน้นความรวดเร็วทันใจ เพราะธุรกิจที่ปรับตัวได้ไว จะสามารถคว้าโอกาสและเติบโตในตลาดอีคอมเมิร์ซได้อย่างรวดเร็ว